Skip links

ทำความรู้จักกับ “ฟิล์มยืด” (Stretch Film)

ฟิล์มยืด หรือ ฟิล์มยืดพันพาเลท คือ องค์ประกอบสำคัญในด้านบรรจุภัณฑ์ และถูกใช้ในการพันสินค้าบนพาเลท โดยจะเป็นฟิล์มพลาสติกที่มีความยืดหยุ่นสูง ออกแบบมาเพื่อป้องกันสินค้าระหว่างการขนส่งและการจัดเก็บไม่ให้เกิดความเสียหาย

ฟิล์มยืด ไม่เพียงแต่จะช่วยปกป้องสินค้าจากเศษฝุ่น ผง และความชื้น แต่ยังช่วยป้องกันไม่ให้สินค้าตกหล่นเสียหาย ในบทความนี้ Flexipack จะพาคุณไปทำความรู้จักกับคุณสมบัติที่โดดเด่นของฟิล์มยืดหรือฟิล์มพันพาเลท และแนะนำวิธีการใช้งานของฟิล์มยืดแต่ละประเภท เพื่อให้คุณสามารถเลือกใช้ได้อย่างเหมาะสม และสอดคล้องกับความต้องการในธุรกิจของคุณมากขึ้น

ฟิล์มยืด คืออะไร?

ฟิล์มยืด (Stretch film) หรือ ฟิล์มพันพาเลท คือ ฟิล์มพลาสติกที่มีความยืดหยุ่น และมักถูกใช้เพื่อแร็ปสินค้าบนพาเลท (Pallet) เพื่อยึดไม่ให้สินค้าตกหล่นระหว่างการจัดเก็บและการเคลื่อนย้าย โดยฟิล์มยืดจะช่วยป้องกันสินค้าจากเศษฝุ่น ผง ความชื้น และจากความเสียหายทางกายภาพ 

ประเภทของฟิล์มยืด

โดยทั่วไปแล้ว ฟิล์มยืด สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทหลัก ๆ ได้แก่ ฟิล์มยืดแบบพันมือ และฟิล์มยืดแบบพันเครื่อง

ฟิล์มยืดแบบพันมือ

ฟิล์มยืดแบบพันมือ (Hand stretch film) หรือ ฟิล์มยืดที่ต้องใช้กำลังคนในการพัน ถูกออกแบบมาเพื่อการใช้งานในสเกลเล็กที่มีสินค้าน้อยชิ้น หรือการใช้งานที่ต้องมีการเคลื่อนย้ายและไม่สามารถติดตั้งเครื่องพันอัตโนมัติได้ โดยฟิล์มยืดแบบพันมือจะมาในรูปแบบม้วน ทำให้สามารถนำไปใช้งานได้อย่างสะดวก

คุณสมบัติและความโดดเด่น

  • ความยืดหยุ่น: ฟิล์มยืดแบบพันมือมีความยืดหยุ่นสูงและใช้งานได้ง่าย เหมาะสำหรับธุรกิจขนาดย่อม หรือการใช้งานในคลังสินค้าที่มีข้อจำกัดทางด้านการบรรจุ
  • ราคา: ฟิล์มยืดแบบมือมีราคาไม่แพง เหมาะสมกับการบรรจุสินค้าที่ไม่เน้นความรวดเร็ว
  • ความอเนกประสงค์: ฟิล์มยืดแบบพันมือ สามารถถูกใช้งานได้หลายรูปแบบ เช่น การพันสินค้าเป็นกลุ่มแบบ Bundle หรือ การพันสินค้าบนพาเลท เพื่อปกป้องสินค้าจากฝุ่นและความชื้น
  • การเคลื่อนย้าย: ฟิล์มยืดแบบพันมือสามารถใช้งานได้โดยไม่อาศัยเครื่องจักร ทำให้สามารถนำไปใช้ได้ในหลายสถานที่ ซึ่งเพิ่มความสะดวกให้การใช้งานมากขึ้น 

ฟิล์มยืดแบบพันมือ ถือเป็นตัวเลือกที่เหมาะกับธุรกิจที่เรียบง่าย และที่มีประสิทธิภาพสำหรับการพันเพื่อยึดสินค้าบนพาเลทระหว่างการขนส่งและการจัดเก็บ 

ฟิล์มยืดแบบพันเครื่อง

ฟิล์มยืดแบบพันเครื่อง (Machine stretch film) ถูกออกแบบมาเพื่อใช้งานกับเครื่องพัน เหมาะสมสำหรับการใช้งานในกรณีที่มีสินค้าปริมาณสูง ฟิล์มยืดแบบพันเครื่องตอบโจทย์การบรรจุที่ต้องการความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูง โดยจะสามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านการบรรจุ และการันตีการพันที่แน่นหนา สม่ำเสมอ และมิดชิด  

ฟิล์มยืดแบบเป่า (Blown Stretch Film):

  • ฟิล์มยืดแบบเป่า คือ ฟิล์มยืดที่ผลิตด้วยกระบวนการการเป่าเพื่อให้ฟิล์มขึ้นรูป ซึ่งจะให้ความแข็งแรงที่มากขึ้น และทนทานการต่อการเจาะรู
  • ฟิล์มยืดแบบเป่าเหมาะสำหรับการแร็ปสินค้าที่มีความต้องการพิเศษ เนื่องด้วยความทนทานและคุณสมบัติการต้านแรงดึงที่สูง

ฟิล์มยืดแบบฉีด (Cast Stretch Film):

  • ฟิล์มยืดแบบฉีด ถูกผลิตด้วยกระบวนการการขึ้นรูปแบบหลอม (Casting) ซึ่งให้เนื้อฟิล์มที่มีความโปร่งใส และทนต่อการฉีกขาดได้
  • ฟิล์มยืดแบบฉีด สามารถรับน้ำหนักได้ดี เหมาะสำหรับสินค้าที่มีรูปทรงปกติ และยังส่งเสียงรบกวนที่น้อยกว่าฟิล์มชนิดอื่นระหว่างการพัน

ฟิล์มยืดแบบพิเศษ (Specialty Stretch Film):

  • ฟิล์มยืดแบบพิเศษ ถูกออกแบบมาเพื่อสินค้าที่มีความต้องการพิเศษ เช่น ฟิล์มยืดกันไฟฟ้าสถิต (Anti-static stretch film) หรือ ฟิล์มยืดแบบ Vented สำหรับสินค้าที่ต้องการการระบายอากาศ
  • ฟิล์มยืดแบบพิเศษให้การป้องกันที่เหนือชั้นกว่า เหมาะสำหรับการบรรจุสินค้าที่เฉพาะเจาะจง

ฟิล์มยืดแบบพันเครื่อง เป็นตัวเลือกสำหรับการบรรจุที่ต้องการความรวดเร็ว และความแม่นยำ การันตีการแร็ปสินค้าที่แน่นหนา และมีประสิทธิภาพซึ่งเหมาะสำหรับการใช้งานในธุรกิจขนาดใหญ่

เราสามารถสรุปได้ว่า ฟิล์มพันพาเลททั้งสองชนิดต่าง ถูกออกแบบมาห่อหุ้มและปกป้องสินค้าเพื่อความปลอดภัยทั้งระหว่างการจัดเก็บและการขนส่ง เพียงแต่จะเหมาะสมกับลักษณะการใช้งานคนแบบกัน

ความแตกต่างระหว่าง ฟิล์มยืดพันเครื่อง และฟิล์มยืดพันมือ

คุณสมบัติ

ฟิล์มยืดพันมือ 

(Hand Stretch Film)

ฟิล์มยืดแบบพันเครื่อง 

(Machine Stretch Film)

วิธีใช้ ใช้เครื่องพันมือ (Hand dispenser) ในการพันสินค้า  ใช้เครื่องจักรในการพันสินค้า
การใช้งานที่เหมาะสม เหมาะสำหรับการใช้งานที่มีสินค้าน้อยชิ้น  เหมาะสำหรับการใช้งานที่มีสินค้าปริมาณมาก ให้การแร็ปที่แน่นหนาและสม่ำเสมอ
ราคา มีราคาถูกกว่า เหมาะสำหรับธุรกิจขนาดย่อม มีราคาเริ่มต้นที่สูง แต่คุ้มค่ากว่าสำหรับธุรกิจขนาดใหญ่
ความแข็งแรงของการแร็ป ให้การแร็ปไม่สม่ำเสมอ โดยความแข็งแรงขึ้นอยู่กับผู้บรรจุ ให้การแร็ปที่มิดชิดและแข็งแรงสม่ำเสมอ
ความสะดวกในการใช้งาน ใช้งานง่าย เคลื่อนย้ายสะดวก ไม่ต้องมีเครื่องจักร ต้องอาศัยเครื่องจักรในการใช้ ซึ่งต้องการพื้นที่ติดตั้งและการดูแลที่เหมาะสม
ประเภท มีในรูปแบบม้วนเท่านั้น มีหลากหลายรูปแบบ เช่น ฟิล์มยืดแบบเป่า หรือ แบบฉีด
ประสิทธิภาพ การใช้งานใช้เวลาและแรงมากกว่า ใช้งานได้รวดเร็ว โดยไม่อาศัยกำลังคน
ปริมาณฟิล์มเหลือทิ้งจากการใช้งาน มากกกว่า เนื่องจากเป็นการพันโดยใช้มือ น้อยกว่า เนื่องจากใช้เครื่องจักรที่มีความสม่ำเสมอในการพัน

อย่างไรก็ดี ในการตัดสินใจเลือกฟิล์มยืดที่ถูกต้อง ควรต้องคำนึงถึงความต้องการที่เฉพาะเจาะจง อาทิ เช่น ประเภทของสินค้า สภาพแวดล้อมในการขนส่ง และงบประมาณ โดยปัจจัยเหล่านี้จะช่วยให้คุณตัดสินใจระหว่างฟิล์มยืดประเภทต่าง ๆ ได้ง่ายยิ่งขึ้น อีกทั้งยังจะได้ตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุดกับความต้องการของคุณด้วย

วิธีการเลือกฟิล์มยืดให้เหมาะสมกับการใช้งาน

ในการเลือกฟิล์มยืดให้เหมาะสม จำเป็นต้องคำนึงถึงปัจจัยหลายประการ เพื่อให้มั่นใจว่าสินค้าของคุณจะได้รับการปกป้องที่มีประสิทธิภาพ และอยู่ในราคาที่สอดคล้องกับงบประมาณ โดยปัจจัยที่ควรคำนึงถึง มีดังต่อไปนี้

1. ประเภทและน้ำหนักของสินค้า:

ประเภทและน้ำหนักของสินค้าเป็นสิ่งที่จะกำหนดประเภทของฟิล์มพันพาเลท โดยสินค้าที่มีรูปร่างพิเศษและมีน้ำหนักมาก ย่อมต้องการฟิล์มยืดที่แข็งแรง อย่าง ฟิล์มยืดแบบเป่า (Blown-stretch film) ซึ่งจะให้การแร็ปที่แน่นหนา

2. ขนาดและรูปร่างของพาเลท:

คำนึงถึงขนาดและรูปร่างของพาเลท โดยพาเลทที่มีขนาดใหญ่ หรือ มีรูปร่างพิเศษย่อมเหมาะกับฟิล์มยืดประเภทพิเศษเพื่อการแร็ปที่เข้ารูปและแน่นหนา

3. สภาพแวดล้อมในการขนส่ง:

คำนึงถึงสภาพแวดล้อมในการขนส่งสินค้า เช่น หากสินค้าต้องอยู่ในที่แจ้ง หรือเจอกับการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิที่รุนแรง ควรเลือกฟิล์มยืดแบบพิเศษ อย่าง ฟิล์มยืดกันยูวี หรือ ฟิล์มยืดเก็บอุณหภูมิ

4. สภาพแวดล้อมในการจัดเก็บ:

คำนึงสภาพแวดล้อมในการจัดเก็บสินค้า เช่น หากสินค้าต้องถูกเก็บในที่ที่มีความชื้นสูง ก็ควรเลือกฟิล์มพันพาเลทที่มีคุณสมบัติในการกันน้ำมากเป็นพิเศษ

5. การใช้งาน:

คำนึงถึงการพันสินค้าบนพาเลท โดยฟิล์มยืดแบบพันมือจะเหมาะกับการใช้งานที่มีสินค้าน้อยชิ้น และฟิล์มยืดแบบพันเครื่องเหมาะกับการใช้งานที่มีสินค้าจำนวนมากและต้องการการพันที่แน่นหนาและสม่ำเสมอ

6. ความหนาของฟิล์ม:

เลือกระดับความหนาของฟิล์มยืดให้เหมาะสมกับระดับการปกป้องที่ต้องการ โดยฟิล์มยืดที่หนากว่า ย่อมแข็งแรงและทนทานมากกว่า แต่ก็มักมีราคาที่สูงตามไปด้วย 

7. งบประมาณ:

งบประมาณเป็นปัจจัยสำคัญของการเลือกประเภทของฟิล์ม จริงอยู่ที่ฟิล์มยืดชนิดพิเศษจะมีราคาสูงกว่าฟิล์มยืดปกติ แต่ก็สามารถรองรับน้ำหนักได้มากกว่า และสามารถช่วยค่าใช้จ่ายในระยะยาว พร้อมลดปริมาณขยะในกระบวนการบรรจุได้ 

8. ความต้องการที่เฉพาะเจาะจง:

คำนึงถึงความต้องการของสินค้า เช่น การป้องกันไฟฟ้าสถิต การพิมพ์บาร์โค้ดบนฟิล์ม หรือ การระบายอากาศ

เลือกฟิล์มยืดพันพาเลทที่เหมาะสม กับ  Flexipack 

สำหรับท่านที่กำลังมองหาฟิล์มยืดพันพาเลทที่เหมาะสมที่สุดกับธุรกิจของตนเอง Flexipack พร้อมที่จะช่วยเหลือคุณ โดยไม่ว่าคุณจะมองหาฟิล์มยืดแบบพันมือสำหรับธุรกิจขนาดย่อม หรือ ฟิล์มยืดแบบพันเครื่องเพื่อธุรกิจขนาดใหญ่ เราพร้อมจัดหาโซลูชันที่มีประสิทธิภาพและคุณภาพสูงสุดให้กับคุณ 

ติดต่อเราวันนี้ และให้ผู้เชี่ยวชาญของ Flexipack สรรหาสิ่งที่สอดคล้องและตอบโจทย์ที่สุดให้กับธุรกิจของคุณ